หลายคนมักคิดว่า “ผู้ชายแข็งแรงกว่าผู้หญิง” และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ แต่ความจริงแล้วผู้ชายจำนวนไม่น้อยมักพบโรคร้ายโดยเฉพาะ “โรคมะเร็ง” ในระยะที่ค่อนข้างลุกลามแล้ว เนื่องจากไม่ค่อยสังเกตอาการหรือไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า มีมะเร็งบางชนิดที่พบในผู้ชายบ่อยเป็นอันดับต้น ๆ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญ หากรู้จักความเสี่ยงและตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมาก
พาคุณมารู้จัก 3 อันดับมะเร็งร้ายที่ผู้ชายเสี่ยงเป็นมากที่สุด พร้อมสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามกัน

มะเร็งอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตผู้ชายมากที่สุด
มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในผู้ชายทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นเวลานาน
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
• การสูบบุหรี่ หรือเคยสูบบุหรี่
• การได้รับควันบุหรี่จากคนรอบข้าง
• มลพิษทางอากาศหรือฝุ่นละออง
• การสัมผัสสารเคมีหรือสารก่อมะเร็งจากการทำงาน
สัญญาณเตือน
• ไอเรื้อรัง ไอไม่หาย
• ไอมีเลือดปน
• เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก
• น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
• เหนื่อยง่ายผิดปกติ
หลายครั้งมะเร็งปอดในระยะแรกแทบไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว
คำแนะนำ
ผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีความเสี่ยงสูง ควรตรวจคัดกรองปอด เช่น เอกซเรย์ปอด หรือ CT Scan ตามคำแนะนำของแพทย์
มะเร็งที่พบมากในคนไทย โดยเฉพาะผู้ชาย
มะเร็งตับถือเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในประเทศไทย และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหลายเท่า
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
• การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ ซี
• การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
• โรคตับแข็ง
• การรับประทานอาหารที่มีสารปนเปื้อน เช่น อาหารหมักดองหรือมีสารอะฟลาทอกซิน
สัญญาณเตือน
• อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
• น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
• แน่นท้อง หรือปวดชายโครงขวา
• ท้องโตผิดปกติ
• ตัวเหลือง ตาเหลือง
มะเร็งตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรกเช่นกัน การตรวจสุขภาพจึงมีความสำคัญอย่างมาก
คำแนะนำ:
ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ควรตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ตับเป็นระยะ
มะเร็งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในผู้ชายยุคปัจจุบัน
พฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น การรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด เนื้อแดง อาหารไขมันสูง และการไม่ออกกำลังกาย ทำให้มะเร็งลำไส้ใหญ่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
• รับประทานเนื้อแดงหรืออาหารแปรรูปมาก
• ดื่มแอลกอฮอล์
• สูบบุหรี่
• น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
• ขาดการออกกำลังกาย
• มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้
สัญญาณเตือน
• ถ่ายเป็นเลือด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
• ท้องผูกหรือท้องเสียสลับกัน
• ปวดท้องเรื้อรัง
• อุจจาระมีลักษณะเล็กลงผิดปกติ
• น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
คำแนะนำ:
ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ เช่น การตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง หรือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
แม้โรคมะเร็งจะเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
• งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
• ลดการดื่มแอลกอฮอล์
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มผักและผลไม้
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
• ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
• ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะการพบโรคเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น
อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณรุนแรงก่อน แล้วค่อยเข้ารับการตรวจ
การตรวจสุขภาพวันนี้ อาจช่วยป้องกันโรคร้ายในอนาคต และทำให้คุณมีเวลาอยู่กับคนที่รักได้ยาวนานขึ้น